วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร กทม. - ขอนแก่น ชนกระบะวีโก้ ถ.มิตรภาพ ดับ 3 บาดเจ็บ 4

เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร กทม. - ขอนแก่น ชนกระบะวีโก้ ถ.มิตรภาพ ดับ 3 บาดเจ็บ 4



เกิด อุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร กรุงเทพฯ-ศรีเชียงใหม่ สีขาวคาดฟ้า ทะเบียน 10-8242 ขอนแก่น ของบริษัท ชาญทัวร์ ชนประสานงากับ รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน 1ฒจ 3995 กรุงเทพฯ บริเวณถนนมิตรภาพ ขาออก (มุ่งหน้าขอนแก่น) บ้านมะเกลือใหม่ ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย เป็นหญิง 2 ราย และชาย 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับาดเจ็บอีก 4 ราย เจ้าหน้าที่นำส่ง ร.พ.สูงเนิน ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้า หน้าที่ตำรวจ

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พิษณุโลก - จ่าทหารหนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งกลับจากไปเยี่ยมแม่ต่างอำเภอ กำลังกลับบ้านพัก โชคร้ายรถเสียหลักชนราวสะพานรถพังยับ ร่างถูกแรงกระแทกดับคาพวงมาลัย

พิษณุโลก - จ่าทหารหนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งกลับจากไปเยี่ยมแม่ต่างอำเภอ กำลังกลับบ้านพัก โชคร้ายรถเสียหลักชนราวสะพานรถพังยับ ร่างถูกแรงกระแทกดับคาพวงมาลัย


    
บ่าย วันนี้ (24 ส.ค.) ร.ต.ท.นิพนธ์ สุทธหลวง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนกับราวสะพาน และมีผู้เสียชีวิตติดอยู่คาซากรถ บนถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ขาเข้าตัวเมือง ใกล้บึงราชนก หมู่ 2 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประสาทบุญสถาน และแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราชรุดไปตรวจสอบ
      
ที่เกิด เหตุพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลา สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน กจ 3428 ลพบุรี เสียหลักชนกับราวสะพานข้ามคลองสาธารณะ หน้ารถพังยับเยิน มีเศษกระจกแตกกระจายเกลื่อน ภายในซากรถพบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย ถูกแรงกระแทกอัดก๊อบปี้ติดคาพวงมาลัย
      
เจ้าหน้าที่กู้ ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมาจากซากรถ ทราบชื่อต่อมาคือ จ.ส.ท.จรูญ คงปราโมทย์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/22778 หมู่ 2 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก รับราชการทหารค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ แผนกงานธุรการ สภาพศพสวมเสื้อยีนส์แขนยาวสีน้ำเงิน และกางเกงยีนส์ มีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณใบหน้า และตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช
      
จาก การสอบถามนางนุชนารถ คงปราโมทย์ ภรรยาผู้เสียชีวิต หลังจากทราบข่าวและเดินทางมาที่เกิดเหตุ ให้การด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า จ.ส.ท.จรูญเพิ่งจะกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ที่ภาคใต้ได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้ขับรถไปเยี่ยมแม่ที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ระหว่างที่ จ.ส.ท.จรูญ ผู้เสียชีวิต ขับรถกลับจากเยี่ยมแม่ที่ต่างอำเภอเพื่อกลับเข้าบ้านพัก ระหว่างทางอาจขับรถมาด้วยความเร็วสูง หรือเกิดหลับใน จนรถเสียหลักพุ่งชนกับราวสะพานเข้าอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว
      
อย่าง ไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุดสะเทือนใจ หนุ่มใหญ่ลำปางเมาแล้วขับ แหกโค้งชน 2 เด็กนักเรียนชั้น ม.4 วัย 16 ปี ขับจักรยานยนต์สวนทางมาเสียชีวิต

สุดสะเทือนใจ หนุ่มใหญ่ลำปาง แหกโค้งชน 2 เด็กนักเรียนชั้น ม.4 วัย 16 ปี ขับจักรยานยนต์สวนทางมาเสียชีวิต





(22 ส.ค.) เมื่อเวลา 00.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.กมล คิดอ่าน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถ.สายลำปาง-เมืองปาน เขตบ้านแม่ก๋ง หมู่ 3 ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ชีพ รพ.ลำปาง และ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะมาสด้า สีเขียว ทะเบียน บบ-3341 ลำปาง ด้านหน้ารถชนกับต้นไม้พังยับเยิน ทราบชื่อคนขับรถคือ ว่าที่ ร.ต.สุทิศ โพธิ์สวัสดิ์มณี อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 3 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง มีตำแหน่งเป็นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตร แห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มีสภาพเมายืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีเหลืองดำ ทะเบียน 1 กค-3992 ลำปาง อยู่บริเวณด้านหน้ารถกระบะห่างกันประมาณ 5 ม. สภาพพังยับเยินทั้งคัน พบร่างผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าว อยู่บริเวณท้ายรถกระบะ ทราบชื่อคือ นายสุรศักดิ์ สอนใจ๋ อายุ 16 ปี ชาวบ้าน ต.ทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ห่างกันประมาณ 10 ม. พบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสทราบชื่อคือ น.ส.รุ่งรัตนา จวนตัว อายุ 16 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงได้เร่งปั๊มหัวใจนานกว่า 30 นาที แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้เสียชีวิตในที่สุด โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนนั้นเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนวิชานารี อ.เมือง จ.ลำปาง
จากการสอบถามทราบว่ารถกระบะคันดังกล่าวซึ่งมี ว่าที่ ร.ต.สุทิศ เป็นคนขับซึ่งออกมาจากงานเลี้ยงที่ อ.เมืองปาน กำลังกลับเข้าบ้านที่ อ.ห้างฉัตร พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งรถกระบะคันดังกล่าวได้แหกโค้งพุ่งชนรถ จักรยานยนต์ของเด็กนักเรียนเข้าอย่างจัง ซึ่งได้ขับมาจากในเมืองหลังเลิกเรียนพิเศษ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานแพทย์เวร รพ.ลำปาง เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำตัว ว่าที่ ร.ต.สุทิศ ไปตรวจวัดปริมาณแอลกฮอร์ในเลือดอีกครั้งที่ รพ.ลำปาง โดยจะทำการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กระบะชนต้นไม้ไฟลุกคลอกคนขับดับ

กระบะชนต้นไม้ไฟลุกคลอกคนขับดับ


เกิดอุบัติเหตุรถกระบะห้องเย็นชนต้นไม้บนถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จนเกิดไฟลุกท่วมคลอกคนขับเสียชีวิตคาซากรถ
05.00 น.พ.ต.ท.เอกรินทร์ รักพ่วง พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถชนต้นไม้ บนถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร ม.ที่ 16 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร  จาก การเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า ดัดแปลงเป็นรถห้องเย็น หมายเลขทะเบียน ฒน 9388 กรุงเทพมหานคร ชนติดอยู่กับต้นไม้ข้างทาง สภาพด้านกระโปรงหน้ารถถูกไฟไหม้จนหมด ภายในรถบริเวณที่นั่งคนขับพบคนขับเสียชีวิตติดอยู่กับเบาะรถในสภาพถูกไฟไหม้ จนเหลือแต่โครงกระดูก ตรวจสอบภายในรถพบว่าติดก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ส่วน ภายในห้องเย็นท้ายรถ พบถุงเนื้อไก่มีตราของบริษัทซีพี แต่เหลืออยู่จำนวนไม่มากแล้ว คาดว่าน่าจะมาส่งไก่ที่ตลาดในเมืองกำแพงเพชร แล้วกำลังขับรถกลับ ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่า คนขับน่าจะหลับใน เนื่องจากมีรอยรถวิ่งลงข้างถนนโดยไม่มีรอยเบรค

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ซิ่งปิกอัพชนรถยนต์สาวใหญ่สาหัส สาวซิ่งปิกอัพชนประสานงาเก๋งสาวใหญ่ขับตัดหน้าเจ็บสาหัส ก่อนปิกอัพจะเสียหลักกระเด็นไปชนร้านขายอาหารสัตว์ได้รับความเสียหาย

ซิ่งปิกอัพชนรถยนต์สาวใหญ่สาหัส

สาวซิ่งปิกอัพชนประสานงาเก๋งสาวใหญ่ขับตัดหน้าเจ็บสาหัส ก่อนปิกอัพจะเสียหลักกระเด็นไปชนร้านขายอาหารสัตว์ได้รับความเสียหาย


วันที่ 24 ส.ค.57 เมื่อเวลา 02.30 น.  ร.ต.ท.อนุพงษ์ พ่วงพี่ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนประสานงามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดถนนเลียบทางรถไฟหนองเกตุใหญ่ หมู่ 8 ตำบลหนองเกตุใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถปิกอัพ ยี่ห้อ อิซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน บห 8475 ขอนแก่น ชนแล้วเสียหลักกระเด็นไปชนประตูร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ ตั้งอยู่ริมถนน ได้รับความเสียหาย โดยมี น.ส.ปลายฝัน มั่งมา อายุ 26 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่แขนเล็กน้อย 
ส่วนคู่กรณี เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อ นิสสัน มาร์ช สีดำ ทะเบียน ขค 2158 ชลบุรี จอดแน่นิ่งอยู่กลางถนน ในสภาพด้านหน้าตัวรถพังยับเยิน ได้ความเสียหายจำนวนมาก ตรวจสอบมี น.ส.ฉวีวรรณ หาวงศ์ อายุ 40 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงปฐมพยาบาล ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง
สอบสวน คนขับรถปิกอัพ ให้การว่า หลังจากเลิกจากงานเลี้ยง ได้ขับรถปิกอัพมาถนนเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้ามาทางหนองปรือ เพื่อกลับเข้าที่พัก ซึ่งก็ยอมรับว่ามีดื่มสุรามาบ้าง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีรถเก๋งคู่กรณีวิ่งข้ามทางรถไฟตัดหน้ากะทันหัน จึงชนอัดประสานงาจนอยู่ในสภาพดังกล่าว
 

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

'โอ-วรุฒ'รถชนอาการดีขึ้น! 'โอ-วรุฒ' อาการดีขึ้น! หลังเกิดอุบัติเหตุขับรถชนกับรถกระบะจนซี่โครงหักทิ่มปอด ขณะขึ้นเหนือมาถ่ายหนังให้เพื่อนรัก 'นีโน่'

'โอ-วรุฒ'รถชนอาการดีขึ้น!

'โอ-วรุฒ' อาการดีขึ้น! หลังเกิดอุบัติเหตุขับรถชนกับรถกระบะจนซี่โครงหักทิ่มปอด ขณะขึ้นเหนือมาถ่ายหนังให้เพื่อนรัก 'นีโน่' 

 

 

ห้อเก๋งชนกระบะยับ ซี่โครงหักแทงปอด
ระทึก “โอ-วรุฒ วรธรรม” อดีตพระเอกดัง หวิด สิ้นชื่อ หลังซิ่งเก๋งอีโคคาร์ประสานงากับรถปิกอัพ ในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กระดูกซี่โครงหัก 4 ซี่ และกระดูกยังไปทิ่มปอดทะลุ เจ้าตัวอ้างขับรถกลับจากไปตกปลา ระหว่างทางถนนแคบ แถมเป็นรถเก๋งคันใหม่ไม่คุ้นมือ เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้น แพทย์เผยอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือนเพื่อให้กระดูกเชื่อมต่อกัน ต้องงดรับงานแสดงทั้งหมด
อดีตพระเอกชื่อดังประสบอุบัติเหตุขับรถชนหวิดสิ้นชื่อครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.ลานนาเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมอาการของโอ-วรุฒ วรธรรม อายุ 45 ปี อดีตพระเอกชื่อดัง ผู้สวมบทบาท “โกโบริ” จากภาพยนตร์เรื่อง “คู่กรรม” ที่ออกฉายในปี 2531 หลังได้รับแจ้งว่านักแสดงรุ่นใหญ่ประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ส.ค. พบว่าโอ-วรุฒ ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู 2 โดยอดีตพระเอกดังยังมีกำลังใจดี ส่งยิ้มพร้อมชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ แต่บ่นว่ายังเจ็บสีข้างซ้ายอยู่ ซึ่งแพทย์ได้ให้ยาแก้ปวดผ่านสายน้ำเกลือ ต่อมาแพทย์ได้เคลื่อนย้ายมาพักที่ห้อง 441 ชั้น 4 อาคารบี รพ.ลานนาเชียงใหม่
โอ-วรุฒ เล่าถึงเหตุการณ์ระทึกที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงสายได้ขับรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์ สีแดง ทะเบียน กก 747 เชียงใหม่ ที่เพิ่งซื้อมาไม่ถึง 1 เดือน ออกจากบ้านเลขที่ 100 หมู่ 3 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ไปตกปลาที่บึงน้ำ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “แกรนด์ แคนยอน” ในพื้นที่ อ.หางดง ใกล้ๆบ้าน กระทั่งเย็นได้ขับรถกลับ ระหว่างทางเป็นถนนในหมู่บ้าน เส้นทางแคบ ทำให้รถเสียหลักตกขอบถนนลาดยาง จึงหักพวงมาลัยรถขึ้นมาอย่างเร็วจนรถเสียการทรงตัว พุ่งชนรถปิกอัพที่วิ่งสวนทางมา ตอนนี้ยังเจ็บชายโครงซ้ายและหายใจเหนื่อยหอบ ต้องรอฟังหมออีกทีว่าจะใช้เวลาในการรักษานานแค่ไหน ส่วนงานแสดงไม่น่ากระทบอะไร เพราะไม่ได้มีคิวมากมาย ช่วงนี้มีแค่ภาพยนตร์เรื่องมนต์รักผีบอก ซึ่งเปิดกล้องไปแล้ว มีคิวถ่ายในวันที่ 24-27 ส.ค.นี้ ยังไม่ทราบว่าจะหายทันไปเข้ากล้องได้หรือไม่ ฝากบอกแฟนคลับว่าตนปลอดภัยดี และขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้
นพ.เก่งกิจ เมธานาวิน ศัลยแพทย์เจ้าของไข้ เผยถึงอาการของ โอ-วรุฒ ว่า รพ.ลานนาเชียงใหม่ รับตัวผู้ป่วยมาจาก รพ.หางดง เมื่อค่ำวันที่ 10 ส.ค. พบบาดแผลที่ใบหน้าขวาและลำตัวมีรอยถลอกหลายแห่ง ซี่โครงซ้ายหัก 4 ซี่ คือซี่ที่ 3-7 และซี่โครงหักไปทิ่มปอดทำให้ลมปอดรั่ว ทาง รพ.หางดง ผ่าตัดเจาะปอดและใส่ท่อระบายลมพร้อมกับใส่สายยางช่วยสูบเลือดออกมาจากช่อง ปอด ต้องขอชื่นชม รพ.หางดง ที่ช่วยเหลือเบื้องต้นคนเจ็บไว้ได้อย่างดี เพราะหากไม่เจาะช่องปอด จะทำให้คนเจ็บหายใจไม่ได้ และอาจเสียชีวิตได้ภายใน 30 นาที มาถึงตอนนี้ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว คาดว่าต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลราว 7 วัน จากนั้นกลับไปพักฟื้นที่บ้านเพื่อรอการสมานของกระดูกซี่โครง เพราะตามหลักกระดูก ซี่โครงหัก แพทย์จะไม่ผ่าตัด ต้องใช้เวลาให้กระดูกสมานเข้าหากันเอง ส่วนเรื่องการแสดงคงต้องให้ผู้ป่วยงดรับงานจนกว่าจะหาย คาดว่าจะใช้เวลาในการรักษานานเป็นเดือนเพื่อให้กระดูกเชื่อมติดกัน
ด้าน ร.ต.ท.จักรภัฎดิ์ ทรงพูล พนักงานสอบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลา 15.00น.วันที่ 10 ส.ค. รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบนถนนในหมู่บ้านดอยถ้ำ หมู่ 9 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง ไปสอบสวน พบรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์ สีแดง ทะเบียน กก 747 เชียงใหม่ เสียหลักตกลงไปข้างทาง ประตูหน้าซ้ายยุบ กระจกแตก คนขับคือ โอ-วรุฒ วรธรรม อายุ 45 ปี นักแสดงชื่อดัง ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบนำส่ง รพ.หางดง ห่างไปเล็กน้อยพบรถปิกอัพ อีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บพ 9171 เชียงใหม่ ถูกชนหน้ารถยุบเล็กน้อย มีนายสมฤทธิ์ ศรีคำหมื่น อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/2 หมู่ 2 ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นคนขับ และนางบัวลอย ศรีคำหมื่น อายุ 36 ปี และ ด.ญ.ขวัญพนา ศรีคำหมื่น อายุ 8 ขวบ ภรรยาและลูกสาวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงส่งไปรักษาที่ รพ.หางดง แพทย์อนุญาตให้ 3 พ่อแม่ลูกกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ส่วนโอ-วรุฒ อาการสาหัสถูกส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ลานนาเชียงใหม่
ร.ต.ท.จักรภัฎดิ์ เจ้าของคดีกล่าวต่อว่า ในเบื้องต้น บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ซึ่งรถยนต์ของโอ-วรุฒ ได้ทำประกันภัยชั้น 1 ไว้ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูที่เกิดเหตุแล้ว และยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณีทั้งหมด ซึ่งคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่เรื่องของคดี เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา โอ-วรุฒ ว่าขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 400 บาท

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะสองแถวรับ-ส่งนักเรียน ชนกับรถหกล้อ บนถนนเพชรเกษม อำเภอสามพราน เด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 14 คน

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะสองแถวรับ-ส่งนักเรียน ชนกับรถหกล้อ บนถนนเพชรเกษม อำเภอสามพราน เด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 14 คน





 
08.00 น. พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ รัตนชงค์ พนักงานสอบสวน สภ.สามพราน จังหวัดนครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ถนนเพษรเกษม ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะสองแถว สีน้ำเงิน ทะเบียน 10-2332 กทม. สภาพหลังคารถหลุดพังกระจาย มีเด็กนักเรียนโรงเรียนนาคประสิทธิ์ สามพราน นอนร้องครวญครางเต็มถนน เจ้าหน้าที่จึงช่วยนำส่ง รพ.สามพราน จำนวน 14 คน อาการสาหัสต้องส่งต่อไปรักษาที่ รพ.นครปฐม จำนวน 7 คน และในที่เกิดเหตุมีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 1 คน ชื่อ เด็กชายวรพจน์ นันทสุนทร อายุ 9 ปี นอกจากนี้ พบรถหกล้อ อีซูซู สีขาว ทะเบียน 60-1948 กทม.จอดอยู่ข้างถนน มีโครงหลังคารถนักเรียนติดคาอยู่

ตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่า เดิมรถรับ-ส่งนักเรียนจะใช้เป็นรถตู้ แต่เนื่องจากรถตู้เสีย จึงว่าจ้างรถกระบะคันนี้มาขับแทน หลังเกิดเหตุคนขับรถกระบะได้หายตัวไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวเพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป 

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ระทึก หนุ่มชัยภูมิฉี่ม่วง ซิ่งกระบะหนีการตรวจค้น ชนดะกลางเมืองกาญจน์ ตร.บาดเจ็บ 3 ราย รถยนต์ชาวบ้านเสียหายเพียบ

ระทึก หนุ่มชัยภูมิฉี่ม่วง ซิ่งกระบะหนีการตรวจค้น ชนดะกลางเมืองกาญจน์ ตร.บาดเจ็บ 3 ราย รถยนต์ชาวบ้านเสียหายเพียบ




เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ส.ค. 57 มีรายงานว่า ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ไอยรัตน์ พวงสว่าง ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่า ให้วิทยุสกัดจับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ แค็บ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บย 1408 กาญจนบุรี ผู้ขับขี่เป็นชาย 1 ราย ขับรถหลบหนีการตรวจค้น ชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่จอดติดไฟแดงชุกโดน ต.บ้านใต้ อ.เมืองกาญจนบุรี จนได้รับความเสียหายหลายคัน จากนั้นได้เร่งเครื่องขับรถไปตามเส้นทางถนนแสงชูโต มุ่งหน้าหลบหนีไปทางแยกไฟแดงหลักเมือง ส่วน ด.ต.ไอยรัตน์ ได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่ประจำจุดต่างๆ ได้ระดมกำลังไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนคนร้ายได้ขับรถเฉี่ยวชนกับรถยนต์เสียหายหลายคัน สุดท้ายรถกระบะของชายคนดังกล่าว ได้เกิดยางหน้าขวาระเบิด วิ่งไปต่อไปได้ จึงทิ้งรถวิ่งหนีเข้าไปที่บริเวณโรงภาพยนตร์ 5 สิงห์ และปีนกำแพงด้านหลังหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ติดตาม จนสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณศาลเจ้าแม่กวนอิม ถนนปากแพรก ต.บ้านเหนือ จากนั้นจึงคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี
สอบสวนทราบชื่อต่อมาคือ นายสมหมาย วงษ์วิจิตร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 11 ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ อย่างไรก็ตาม ขณะสอบปากคำนายสมหมายมีอาการหวาดผวาให้การวกไปวนมา และร้องไห้สลับกับอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา โดยบอกว่าขับรถยนต์ไม่เป็น และไม่ทราบว่ารถยนต์ที่ขับมาเป็นของใคร เจ้าหน้าที่ต้องปล่อยให้นายสมหมายสงบสติอารมณ์เสียก่อน เนื่องจากยังคงร้องไห้และหวาดผวา กระทั่งนายสมหมายบอกว่า มารายงานตัวที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีในข้อหาเสพยาบ้า ทั้งที่ยังมีอาการหวาดผวาอยู่ เจ้าหน้าที่จึงให้เวลาตั้งสติ

พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ต.สมเกียรติ นพพานิช รอง สวป.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อศอกขวาและขาซ้าย ด.ต.สมโภชน์ สิทธิสร ผบ.หมู่งานจราจร ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย ส่วน ด.ต.ไอยรัตน์ พวงว่าง ผบ.หมู่งานจราจร ถูกนายสมหมายถอยรถกระบะชนจนล้ม ได้รับบาดเจ็บกระดูกข้อมือแตก
จากการตรวจฉี่นายสมหมาย พบว่าเป็นสีม่วง จึงตั้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 6 ข้อหา คือ 1.พยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ 2. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถผู้อื่นเสียหาย เสียหาย 5 คัน 3.ชนแล้วหนี 4.เสพยาเสพติด 5.เสพยาจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และ 6.ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ นายสมหมายยังอยู่ในระหว่างการไปรายงานตัวคุมประพฤติในความผิดเกี่ยวกับยาเสพ ติดอยู่ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปิกอัพพาเด็กนักเรียนกลับจากดูงานวิชาการศิลปะ เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนฟอร์จูนเนอร์พังยับ เจ็บ 5 ราย

ปิกอัพพาเด็กนักเรียนกลับจากดูงานวิชาการศิลปะ เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนฟอร์จูนเนอร์พังยับ เจ็บ 5 ราย


 
       ร.ต.ท.จักรตุลย์ ทองกิ่ง ร้อยเวร สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ถนนซูเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-เชียงใหม่ บริเวณด้านหน้าศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เมื่อเย็นวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ลำปาง รุดไปตรวจสอบช่วยเหลือ
      
       ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพโตโยต้า ทะเบียน บล 1871 ลำปาง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ห่างไปเล็กน้อยพบรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านหน้าพังยับเยินเช่นกัน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เป็นผู้ใหญ่ 2 ราย และเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนผาแดง ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง 3 ราย
      
       เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งช่วยปฐมพยาบาลก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็น การด่วน และให้เจ้าหน้าที่มาทำการลากรถที่ประสบเหตุอยู่กลางถนนออกเพื่อเปิดเส้นทาง การจราจร
      
       สอบสวนนายสังวร ทาอุด อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ที่ 3 ต.แม่นาเคิง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน คนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ให้การว่า ตนขับรถมาจากเชียงใหม่มาทำธุระที่ลำปาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถยนต์ปิกอัพคู่กรณีที่มีเด็กนักเรียนมาด้วยได้พุ่งข้ามเลนมาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งชนรถของตนเองอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีเด็กนักเรียนที่มากับรถคันดังกล่าว และผู้ใหญ่อีกสองคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่รถเสียหายยับเยิน
      
       ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นคนขับรถปิกอัพที่มีเด็กนักเรียนมาด้วย เป็นอาจารย์หญิงโรงเรียนผาแดง อาจจะเกิดหลับใน เนื่องจากนำเด็กนักเรียนออกมาจากอำเภองาวตั้งแต่เช้าเพื่อมาดูงานวิชาการ ศิลปะในตัวเมืองลำปาง และกำลังจะกลับ แต่ได้แวะไปส่งเด็กนักเรียนหนึ่งคนที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อนถึงจุดหมายเพียง 100 เมตรเท่านั้น
      
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุดเวทนา! หนุ่มกู้ภัยอุ้มศพลูก-เมีย โดนกระบะชนดับ 4 ศพ

สุดเวทนา! หนุ่มกู้ภัยอุ้มศพลูก-เมีย โดนกระบะชนดับ 4 ศพ





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวานนี้ (12 ส.ค.) เกิดเหตุน่าสลดบริเวณถนนจันทะรุเบกสา กิโลเมตรที่ 29 ฝั่งมุ่งหน้าหนองเขมร อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รถกระบะพุ่งชนประสานงากับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ศพ รวมทั้งเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ
เฟซบุ๊กเพจ "กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand" ได้โพสต์ข้อความและภาพสุดสะเทือนใจ เจ้าหน้าที่ลูกข่ายยอดแหลม (ดับเพลิงเมืองนครปฐม) วิ่งเข้าไปโอบอุ้มร่างไร้ชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบ พร้อมกับร่ำไห้อย่างน่าเวทนา หลังสูญเสียทั้งลูกและภรรยาไปพร้อมๆ กัน และพูดว่า "ทำงานเก็บเงินจะจัดวันเกิดให้ลูกวันที่ 19 ทำไมต้องกลายมาเป็นงานศพ"
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้าเวฟ 100 สีน้ำเงินดำ ทะเบียน (ป้ายเหลือง) กกค 691 นครปฐม ขับวิ่งย้อนศรมาทางขวา หลังจากกลับมาจากไปเที่ยวงานวันแม่ เป็นจังหวะเดียวกับกับที่ รถกระบะเชฟโรเลต รุ่นโคโลราโด สีดำ ทะเบียน บญ 6356 นครปฐม วิ่งมุ่งหน้าไปหนองเขมรพอดี จึงเกิดชนประสานงานกัน ส่งผลให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพลิกคว่ำลงคูน้ำข้างทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 3 ราย และเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสนอีก 1 ราย ส่วนคนขับรถกระบะคู่กรณีได้หลบหนีไป
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่ามีพยานหญิงสาวที่เป็นญาติของกลุ่มผู้เสียชีวิต ซึ่งขับรถจักรยานยนต์นำทางขึ้นมาก่อน ระบุว่า หลังจากเกิดเหตุได้เลี้ยวรถย้อนกลับไปดู ก่อนจะพบกับคนขับรถกระบะคู่กรณีที่ลงจากรถมาและเข้ามาบีบคอ แต่มีชาวบ้านผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี คนขับรถกระบะจึงรีบหลบหนีไป
สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ทราบชื่อคือ นางพิศมัย ศรีพัฒน์อินทร์ อายุ 62 ปี ด.ช.รัตน์ฤทัย พันจินดา อายุ 2 ปี น.ส.อำไพ ทองดอน เหมือน อายุ 39 ปี และ น.ส.จันทร์แรม ทรัพย์เทศ อายุ 38 ปี ขณะที่ผู้ขับขี่รถกระบะคู่กรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รถรับ-ส่งนักเรียนชน 10 ล้อดับ 1 เจ็บ 13 หลังคนขับหลบหนี

รถรับ-ส่งนักเรียนโรงเรียนนาคประสิทธิ์ ชนรถ 10 ล้อ จนทำให้มีนักเรียนเสียชีวิตนั้น หลังเกิดเหตุคนขับรถนักเรียนได้หลบหนีไป


พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีอุบัติเหตุรถสองแถวรับส่งนักเรียน เสียหลักชนรถบรรทุก 10 ล้อ บน ถ.เพชรเกษม ขาออก ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำ นครชัยศรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ภายหลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาโรงเรียนนาคประสิทธิ์ แต่ยังไม่ทราบชื่อผู้เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 13 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนนาคประสิทธิ์
ขณะเจ้าหน้าที่เร่งนำนักเรียนที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสามพราน จ.นครปฐม แล้ว และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มแต่อย่างใด
ด้านสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้หลังการตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุทราบ ว่า หลังคารถกระบะสองแถวรับ-ส่งนักเรียนไปเชี่ยวชนกับรถ 10 ล้อ ที่จอดนิ่งอยู่ข้างทางจนทำให้หลังคาหลุดออกจากตัวรถและลากเด็กนักเรียนทั้ง 14 คนลงไปด้วย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุคนขับรถรับ-ส่งนักเรียนได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุที่ แท้จริงต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก๋งป้ายแดงชนตอม่อ รถฉีกดับ3 คอขาดสยอง2ศพ

เก๋งป้ายแดงชนตอม่อ รถฉีกดับ3 คอขาดสยอง2ศพ

ลุ่มหนุ่มสาว เที่ยววันหยุดยาวประจวบฯ ขับรถใหม่เกิดหลับในพุ่งชนตอม่อเสาไฟ ชาย 2 คน หัวหลุด สาวราชภัฏหน้าผากเปิด ดับสยดสยองคาที่ 3 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย 
เมื่อเวลา 01.19 น. วันที่ 11 ส.ค.57 มีรายงานว่า พ.ต.ท.มาโนชญ์ ผลมาก พนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนเสาไฟส่องสว่างบริเวณยูเทิร์น สุเทพแทรกเตอร์ ต.ห้วยทราย ต.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตหลายรายจึงได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ห้วยทราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน
จุดเกิดเหตุพบอยู่ตรงร่องกลางถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 338-339 ยูเทิร์นสุเทพแทรกเตอร์ บ้านต้นเกตุ หมู่ที่ 1 ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ นิสสัน อัลเมร่า สีเทา ดีฟ ไอริส เกรย์ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก-9653 กรุงเทพมหานคร ชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างจนเสาขาด 1 ต้น สภาพรถยนต์พังยับเยิน รถพลิกตะแคงด้านขวา ส่วนหน้ารถเครื่องแตกและฉีกขาดตั้งแต่ส่วนหน้ารถถึงหลังคา จนทำให้ผู้โดยสารหลุดออกมานอกรถ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อ นายนิลพนธ์ โฉมเผลง อายุ 24 ปี ไม่ทราบบ้านเลขที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณส่วนศีรษะและบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายอีกหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เป็นการเร่งด่วน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบผู้เสียชีวิต 3 ศพ เป็นชาย 2 ศพ หญิง 1 ศพ ที่กระเด็นหลุดออกมานอกรถ ในสภาพที่เวทนาแก่ผู้พบเห็น โดยชาย 2 คน เสียชีวิตอยู่กองรวมกัน ทราบชื่อต่อมาคือ นายวิทวัส ว่องไวรุด อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ที่ 4 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายนพดล เสมอพันธ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ 8 ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ทั้งสองคนศีรษะหลุดออกจากบ่ากระเด็นอยู่ใต้ท้องรถ และพบหญิงสาวอีก 1 ราย สวมเสื้อสีแดงกางเกงขาสั้น หลุดอยู่ด้านหลังของรถยนต์ ในสภาพหน้าผากหลุดเกยไปด้านหลังเป็นที่สยดสยอง ทราบชื่อนางสาวอัจฉรา เตชวนิชกุล อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/2 หมู่ 4 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นทราบว่า นางสาวอัจฉรา ผู้เสียชีวิตกำลังเรียนหนังสืออยู่ในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมีชื่อแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุทั้งหมด ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งเป็นของบิดานายวิทวัส และเพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน เดินทางไปรับนายนพดล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของพี่สาว นายวิทวัส ที่กรุงเทพมหานคร แล้วเดินทางกลับบ้านพักที่ อ.บางสะพานน้อย เนื่องจากติดวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ
แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาดึก คาดว่านายนพดล จะเป็นคนขับรถ น่าจะเกิดอาการหลับในจนรถเกิดเสียหลัก จนรถหมุนเคว้ง มีรอยรถครูดกับถนนก่อนถึงจุดเกิดเหตุอีกประมาณ 20-30 เมตร จากนั้น รถได้พุ่งชนตอม่อของเสาไฟส่องสว่างที่ตรงยูเทิร์นจนตอม่อหลุดเสาไฟส่องสว่าง โค่นลงมา ส่วนรถยนต์น่าจะถูกคมสันของตอม่อ หรือขอบถนนครูดอย่างแรงจนทำให้หลังคาเปิดออกมาทั้งหมด และเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว โดยในเบื้องต้นทางญาติได้ทราบเรื่องแล้วซึ่งต่างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น.

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปิกอัพประสานงารถทัวร์กทม.-เลย ดับ4สาหัส3

ปิกอัพประสานงารถทัวร์กทม.-เลย ดับ4สาหัส3

 

กลางดึกที่ผ่านมา ปิกอัพพุ่งชนประสานงารถทัวร์กลางสี่แยกไฟแดงด่านขุนทด เมืองโคราช เหตุเพราะไฟแดงกะพริบ จึงไม่ได้หยุดรถทั้งคู่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ดับ 4 ราย…
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.จักรกริช นามโคตร พงส. สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุ มีรถบัสชนกับปิกอัพกลางสี่แยกไฟแดง หน้าศูนย์วิทยุปริสุทฺโธ เขตเทศบาลตำบลด่านขุนทด มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายจึงรีบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล รพ.ด่านขุนทด หน่วยกู้ภัยปริสุทฺโธ (ฮุก.31) และ จนท.ตำรวจ
ที่เกิดเหตุ พบรถบัสโดยสารระหว่างกรุงเทพฯ-เมืองเลย หมายเลขทะเบียน 15-3078 กทม. มีนายคมสันต์ เกษสา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ 13 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย เป็นคนขับ สภาพรถด้านหน้าขวามีรอยชนเสียหาย โดยด้านหน้ามีรถปิกอัพ โตโยต้า แค็ป สีเทา หมายเลขทะเบียน บธ 3689 นครราชสีมา สภาพด้านหน้าและข้างขวารถพังยับเยินมีผู้เสียชีวิตคาที่ 4 ศพ คือนายประทีป ดักขุนทด นายมาโนต เพลิดขุนทด นายพะยอม โพบขุนทดและนายหมั่น บุกขุนทด มีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ได้แก่ นายก้าน พืบขุนทด นายประทวน ภักดียาง และนายสุทน ดัดขุนทด จึงได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บที่ติดในซากรถส่ง รพ.ด่านขุนทด และส่งต่อไปยัง รพ.มหาราชนครราชสีมา 2 ราย

จากสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถทัวร์บรรทุกผู้โดยสารมาจำนวน 40 คน มุ่งหน้าเข้า กทม. เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง แต่เปิดสัญญาณไฟกะพริบรถทัวร์จึงไม่ได้หยุดรถ ขณะที่ปิกอัพคันดังกล่าว วิ่งมาจากแยกซ้ายมือของรถทัวร์ไม่ได้ชะลอรถเช่นเดียวกัน จึงเกิดการชนประสานงากันอย่างแรง ทำให้รถพังยับเยินมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว สำหรับรถปิกอัพ เป็นชาวตำบลหนองกราด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา กลับจากงานศพญาติที่ จ.ชลบุรี มีนั่งมาทั้งหมด 7 คน โดยมีคนนั่งหน้ารถและแค็ป 5 คน นั่งกระบะหลัง 2 คน ศีรษะกระแทกกระจกรถเสียชีวิตทั้งคู่ นั่งในแค็ปเสียชีวิต 2 ราย ส่วนคนขับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อ ไป.


วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เสี่ยโต๊ะสนุ้กซิง ชนยับดับสยอง

เสี่ยโต๊ะสนุ้กซิง ชนยับดับสยอง






อุทาหรณ์ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย เสี่ยเจ้าของโต๊ะสนุ้กเกอร์ ย่านนวมินทร์ 74 ควบเก๋งวีออสเสียหลักรถเหินพุ่งเสยฟุตปาท ถนนเลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ชนต้นปาล์ม ป้ายบอกทางพังยับ เจ้าตัวโชคร้ายถูกเหวี่ยงกระเด็นหลุดออกมานอกรถร่างกระแทกพื้นดับอนาถ คาดทำเวลาไปรับแฟนสาวย่านร่มเกล้าเพื่อมาเจอเพื่อนที่นั่งรออยู่ที่ร้านอาหาร

เสี่ยโต๊ะสนุ้กเกอร์ซิ่งเก๋งชนต้นปาล์มดับอนาถ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ร.ต.ท.พฤกษ์ โชติพฤกษ์ชูกูล พงส.สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน ฏห 6687 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนเสาป้ายบอกทางและต้นไม้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่บริเวณถนนประดิษฐมนูธรรมฝั่งขาเข้า เลยช่องทางลงด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ มุ่งหน้าถนนลาดพร้าวไปประมาณ 400 ม. แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร.และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งคันดังกล่าวเสียหลักเสยขึ้นไปบนฟุตปาท ในสภาพคร่อมต้นปาล์มที่หักโค่นกระโปรงท้ายชี้ฟ้าพังยับทั้งคัน กระโปรงหน้ารถยุบถึงห้องโดยสาร กระจกหน้าแตก ประตูด้านคนขับพังยับเยิน ล้อหลังและกันชนกระเด็นหลุดเกลื่อนทั่วบริเวณ ใกล้กันพบเสาป้ายบอกทางล้มกีดขวางทางจราจร 1 ช่องทาง ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบศพนายชาญชัย ปั้นศิริ อายุ 33 ปี สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตสีแดง-ขาว กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีแดงคาดขาว นอนหงายจมกองเลือด ตรวจสอบกระเป๋ากางเกงพบเงินสด 33,680 บาท และเอกสารอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง นำศพส่งสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร.

สอบสวนนายเชาวลิต ชื่นชม อายุ 33 ปี ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ทราบว่าผู้ตายเป็นเพื่อนสนิท นั่งสังสรรค์กับตนและกลุ่มเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านเลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก่อนขอยืมรถไปรับแฟนสาวย่านร่มเกล้า แต่กลับมาประสบ อุบัติเหตุ โดยผู้ตายรู้จักกันในชื่อ “เสี่ยชัย” เจ้าของธุรกิจโต๊ะสนุ้กเกอร์ย่านนวมินทร์ซอย 74

ร.ต.ท.พฤกษ์เผยว่า ตรวจสอบโดยรอบพบรอยเบรกเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร คาดผู้ตายขับรถมาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นเนินข้ามคลองขนาดเล็กมีความชัน ทำให้รถเหินเสียการควบคุม ก่อนพุ่งชนเสาป้ายบอกทางและต้นปาล์มอย่างแรง จนร่างผู้ตายที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยกระเด็นออกจากรถกระแทกพื้นเสียชีวิต อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สตช.มอบรถคันใหม่ให้น้องโบว์

สตช.มอบรถคันใหม่ให้น้องโบว์

สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ มอบรถทดแทนให้กับนิสิตจุฬาฯ ที่ถูกชุดปราบปรามยาเสพติด สน.บางชัน ยิงสกัด เจ้าตัวระบุเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ แต่อยากให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสีย
การฝึก อบรมโครงการเสริมทักษะการสืบสวน สะกดรอยการตรวจค้นรถเป้าหมายที่ต้องสงสัย ใหักับตำรวจชุดปราบปรามยาิเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 วันนี้ มีนางสาวอภีษฏา สัจพันโรจน์ หรือน้องโบว์ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นวิทยากร ระบุว่า เข้าใจการทำงานของตำรวจเป็นอย่างดี แต่หลาย ๆ ครั้งที่เกิดข้อผิดพลาดส่วนหนึ่งมาจากความประมาทที่นำไปสู่ความสูญเสีย จึงอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ระมัีดระวัง ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด และส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตำรวจกลับคืนมา

ในส่วนของ คดี พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า อีก 3 วันเจ้าหน้าที่จะสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบรถยนต์คันใหม่ให้กับน้องโบว์ เป็นรถยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ สีเทา เหมือนรถคันเดิม 



วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จับขบวนการสวมทะเบียนรถ

จับขบวนการสวมทะเบียนรถ





ตำรวจภูธรภาค 1 จับผู้ต้องหาร่วมขบวนการสวมทะเบียนรถที่โจรกรรมมาไปหลอกขายตามเต็นท์รถยนต์มือสอง
พลตำรวจ เอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลจับกุม นายพลภัทร เล็กประยูร , นางปริณดา วงษ์แก้ว และ นายประจักษ์ ทองจันทรา พร้อมของกลาง รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ 3 คัน เอกสารราชการปลอม อาทิ บัตรประชาชน ป้ายภาษี สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หลังผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันนำรถที่ถูกโจรกรรมมาปลอมป้ายทะเบียน และสมุดคู่มือ ไปหลอกขายตามเต็นท์รถยนต์ ในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 1
ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า การกระทำของผู้ต้องหามีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับกลุ่มคนร้ายที่เคยถูก จับกุมลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และ ร่วมกันทำผิดมาแล้วหลายครั้ง โดยมีขบวนการโจรกรรมรถยนต์มาส่งก่อนนำออกมาหลอกขาย

ส่วนที่กองปราบปราม มีการแถลงการจับกุม นายสิทธิพร สกุลจิตรถาวร อายุ 48 ปี ที่ก่อเหตุฆ่า นายมณฑล ที่รีสอร์ทในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังตกลงกันไม่ได้เรื่องค้ายาเสพติด (ยาบ้า-ยาไอซ์) ก่อนนำศพไปหมกพงหญ้า และนำรถไปเผาทิ้งห่างจากที่เกิดเหตุ 5 กิโลเมตร

จากการตรวจสอบประวัตินาย สิทธิพร ฉายา "เถก เขาแก้ว" เป็นมือปืนรับจ้างอันดับที่
79 ของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดถูกจำคุกนานถึง 14 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาก็กลับมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก และถูกตำรวจจังหวัดชุมพรจับกุม แต่หลบหนีประกัน จนกระทั่งถูกตำรวจกองปราบจับกุมได้ดังกล่าว

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก๋งป้ายแดงชนเสาไฟฟ้าหัก ตายคาที่ 3

เก๋งป้ายแดงชนเสาไฟฟ้าหัก ตายคาที่ 3


เกิด อุบัติเหตุรถเก๋งป้ายแดงพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ตำบลห้วยทราย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เสียชีวิตคาที่ 3 บาดเจ็บ 1 คน
เหตุเกิด 01.19 น.วันนี้ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จุดเกิดเหตุอยู่บนถนนเพชร เกษม ฝั่งขาล่องใต้ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 338-339 ยูเทิร์นสุเทพแทรกเตอร์ บ้านต้นเกตุ หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พบรถยนต์นิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ก-9653 กรุงเทพมหานคร ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าส่องสว่างจนเสาไฟฟ้าขาด 1 ต้น สภาพรถยนต์พังยับเยิน หน้าห้องเครื่องแตกและฉีกขาดตั้งแต่ส่วนหน้ารถถึงหลังคา ทำให้ผู้โดยสารหลุดออกมานอกรถ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน คือ นายนิลพนธ์ โฉมเผลง อายุ 24 ปี อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาล

นอกจาก นี้ พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน กระเด็นออกมานอกรถในสภาพที่เวทนาแก่ผู้พบเห็น ทราบชื่อต่อมาคือ นายวิทวัส ว่องไวรุด อายุ 25 ปี , นายนพดล เสมอพันธ์ อายุ 28 ปี และนางสาวอัจฉรา เตชวนิชกุล อายุ 20 ปี

จาก การสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้งหมดได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นของบิดานาย วิทวัส ที่พิ่งซื้อมาได้ไม่นาน เดินทางไปรับนายนพดลซึ่งเป็นแฟนของพี่สาวนายวิทวัสที่กรุงเทพมหานคร แล้วเดินทางกลับบ้านพักที่อำเภอบางสะพานน้อย เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวในวันแม่แห่งชาติ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาดึก คาดว่าคนขับเกิดหลับในทำให้รถเสียหลักหมุนเคว้ง พบมีรอยรถครูดกับถนนก่อนถึงจุดเกิดเหตุอีกประมาณ 20-30 เมตร จากนั้นรถคันดังกล่าวได้พุ่งชนตอม่อเสาไฟฟ้าส่องสว่างตรงยูเทิร์นจนตอม่อ หลุด เสาไฟโค่นลงมา ส่วนรถยนต์น่าจะถูกสันของตอม่อหรือขอบถนนครูดอย่างแรงจนทำให้หลังคาเปิดออก มาทั้งหมด และ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว โดยทางญาติทราบเรื่องแล้วต่างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประจวบฯ-รถตู้ชนต้นไม้ เสียชีวิต 5 ราย

ประจวบฯ-รถตู้ชนต้นไม้ เสียชีวิต 5 ราย

เกิด อุบัติเหตุรถตู้ ที่กำลังเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงวันหยุดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ใน ร่องกลางถนน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนมาก

เหตุ เกิดขณะที่รถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮง 6636 กรุงเทพมหานคร วิ่งมาตามถนนเพชรเกษม แต่เมื่อมาถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 385-386 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดเสียหลักพุ่งลงไปในร่องกลางถนนและชนกับต้นไม้อย่างจัง ทำให้รถพังเสียหาย หลังเกิดเหตุพบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย เป็นชาย 3 ราย และหญิง 2 ราย ส่วนอีก 5 รายบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบางสะพาน

สอบสวนทราบว่า ทั้งหมดเป็นคนงาน เดินทางมาจากหาดใหญ่ กำลังจะกลับไปเยี่ยมแม่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงวันหยุด แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับจะหลับใน 


อีกราย เกิดขึ้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี นายกษิดิส ไม่เปิดเผยนามสกุล ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า พุ่งชนร้านซักรีด จนรถทะลุเข้าไปในตัวบ้าน ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และมีชาวบ้านที่นั่งอยู่หน้าบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 รายด้วย ซึ่งนายกษิดิส ยอมรับว่าหลับใน หลังจากที่นอนดึกมาหลายวัน และยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รถซิ่งลงทางด่วนหมุนเสียหลัก ท้ายเสียบเสาไฟหวิดดับ

รถซิ่งลงทางด่วนหมุนเสียหลัก ท้ายเสียบเสาไฟหวิดดับ


เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ร.ต.ท.วุฒินันท์ พรรณภักดี ร้อยเวร สน.ลุมพินี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า ได้รับความเสียหาย ที่บริเวณ หน้าปากซอยโรงงานยาสูบ ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม. จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวง
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อมาเชราติ รุ่น กิบลี่ 2 ประตู สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน ฐต 7722 กทม. สภาพด้านท้ายพังเสียหายยับเยินใกล้กันพบโคนเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นายภูริธัญญ์ สินธวารยัน อายุ 40 ปี บุตรชาย นายสมชาย สินธวารยัน เจ้าของ บจ.ห้างปารีสเซียนจำกัด ผู้ผลิตสินค้าน้ำยาซักผ้า ยี่ห้อ “โฮม” ได้รับบาดเจ็บคิ้วซ้ายแตกและใบหน้าบวม เนื่องจากถูกกระแทก ทางเจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายภูริธัญญ์ กำลังขับรถเพื่อไปทำธุระส่วนตัวที่ห้างบิ๊กซีพระราม 4 โดยขับรถลงจากทางด่วนบ่อนไก่มุ่งหน้าตลาดคลองเตย แต่ว่าช่วงเวลานั้นมีฝนตกหนัก รถได้เกิดเสียหลักหมุนเคว้งทำให้ควบคุมรถไม่อยู่ จนท้ายรถไปกระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้าจนตัวเองบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ทางตำรวจต้องรอให้ทางผู้ได้รับบาดเจ็บทำการรักษาตัว จนกว่าจะให้ปากคำเพิ่มเติมได้เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป  

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมหนุ่มใหญ่ชาว จ.ปัตตานี ซิ่งเก๋งโตโยต้าแหกด่าน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมหนุ่มใหญ่ชาว จ.ปัตตานี ซิ่งเก๋งโตโยต้าแหกด่าน

 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายซื่อแม ยะโกะ อายุ 37 ปี ชาว จ.ปัตตานี พร้อมของกลาง ยาบ้า 140,000 เม็ด รถเก๋งโตโยต้า สีเทา ทะเบียน กข 6233  ยะลา 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม (ชุมพร-กรุงเทพฯ) หมู่ 2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันตั้งด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กระทั่งพบ นายซื่อแม ขับรถเก๋งโตโยต้ามุ่งหน้าไปยัง จ.ชุมพร จึงได้เรียกเพื่อขอตรวจค้น แต่ นายซื่อแมะ ได้เร่งเครื่องหลบหนี แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตามไล่จับเอาไว้ได้ จากการตรวจค้นในรถตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 140,000 เม็ด ซึ่ง นายซื่อแมะ รับสารภาพว่า ได้รับจ้างขนยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก จ.ราชบุรี เพื่อให้นำไปส่งในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ ได้รับค่าจ้างครั้งละ 100,000 บาท โดยทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ยาบ้าชุดดังกล่าวเป็นของเครือข่าย จ.นครศรีธรรมราช โดยทางตำรวจได้มีการติดตามเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลำเลียงยาลงพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่เรื่องทำได้ง่าย เพราะระยะหลังได้มีการตรวจเข้ม จากการตรวจสอบพบว่ายาบ้าในพื้นที่ จ.นครครีธรรมราช ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ลดลงมาก สำหรับยาบ้าที่ยึดได้ครั้งนี้เป็นยาบ้าเก่าที่ถูกลำเลียงนำมาพักไว้ในประเทศ นานแล้ว ดูจากลักษณะสีของเม็ดยาและหีบห่อคาดว่าน่าจะมีการเก็บไว้นานประมาณ 2 ปี และจากการตรวจสอบสัญลักษณ์ที่พิมพ์บนหีบห่อแล้วเชื่อว่าจะเป็นของกลุ่มว้า เหนือ.


วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จับแก๊งรถยนต์ ซิ่งป่วนพัทยา จ่อเสนอศาลยึดรถ

จับแก๊งรถยนต์ ซิ่งป่วนพัทยา จ่อเสนอศาลยึดรถ



แก๊งซิ่งป่วนเมืองพัทยา เจอตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองสกัดจับได้กลางดึก ขณะกำลังขับแข่งกันอย่างเมามันกว่า 10 คัน งัดมาตรการเข้ม เล่นงานข้อหาหนัก มีโทษทั้งจำทั้งปรับ พร้อมขออำนาจศาลยึดรถของกลาง
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 ก.ค. พ.ต.อ.ศุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร สห.และฝ่ายปกครอง นำกำลังออกตรวจตราในพื้นที่เมืองพัทยา พบรถยนต์แต่งซิ่งกว่า 10 คัน ขับแข่งกันมาบนถนนในลักษณะประมาทและหวาดเสียว จากพัทยาใต้ มุ่งหน้าพัทยากลาง จึงวิทยุแจ้งให้เจ้าหน้าที่สกัดจับ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดรถทั้งหมดได้บริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนพัทยากลาง จากนั้นทั้งตำรวจ ทหาร และ อป.พร.เมืองพัทยา กว่า 30 นาย ช่วยกันตรวจค้นภายในรถทุกคัน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงตรวจยึดรถทั้งหมดไปไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมกับนำคนขับและคนที่นั่งมาในรถประมาณ 20 คน ส่งตรวจปัสสาวะ แต่ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น พ.ต.ท.ภัทศา เดชภาคกุลย์ สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งอายัดรถทั้งหมด โดยตั้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนคนขับได้ควบคุมตัวพร้อมกับห้ามประกัน โดยเตรียมส่งฟ้องศาลเพื่อขออำนาจศาลยึดรถของกลาง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนุ่มเมาซิ่งกระบะชนพระ-เณรพม่า เจ็บ 7 ราย

หนุ่มเมาซิ่งกระบะชนพระ-เณรพม่า เจ็บ 7 ราย

 
 
5 ส.ค.57 ร.ต.อ.สามารถ สิงห์นวล ร้อยเวร สภ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนขบวนพระกำลังบิณฑบาต บริเวณถนนมิตรไมตรี สายบ้านแม่ตาว-บ้านท่าอาจ-วังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ห่างจากวัดไทยวัฒนารามประมาณ 100 เมตร จึงประสานหน่วยกู้ภัย และรุดไปที่เกิดเหตุ พบพระและเณร นอนร้องขอความช่วยเหลือและนอนกระจัดกระจายบริเวณข้างถนน ชาวบ้านในชุมชนเห็นเหตุการณ์แตกตื่นเข้าไปช่วยดูแลทั้งหมดจึงช่วยกันนำส่ง โรงพยาบาลแม่สอด
 
จากการสอบสวนที่เกิดเหตุ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีรถกระบะแคป ยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บจ 8216 ตาก ขับโดยนายบุญชู สีเทียน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ที่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก มาจากบ้านวังตะเคียนอย่างเร็วและแซงรถยนต์โดยสารนักเรียน จากนั้นพุ่งเข้าชนใส่ขบวนพระ-เณร พม่าที่กำลังบิณฑบาต ขณะที่นายศิริพงษ์ สิริเลิศ อายุ 60 ปี ชาวบ้านในละแวกนั้นกำลังใส่บาตรอยู่ ทำให้พระและเณร ลอยกระเด็นห่างจากจุดชน 7-8 เมตร ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ในจำนวนนี้ มีเณรอาการสาหัส 2 รูป
 
จากนั้นชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และจำหมายเลขทะเบียนรถยนต์ได้โทรศัพท์แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด พร้อมกันนั้นทางตำรวจรีบตั้งจุดสกัดบริเวณตลาดชุมชนประชารักษ์ ชุมชนเทศบาลนครแม่สอดและพบรถยนต์คันดังกล่าว พบนายบุญชู กำลังขับมาและยังอยู่ในอาการมึนเมา โดยอ้างว่าขับรถยนต์ไปชนใครมาอย่างไรก็ไม่ทราบเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาไป เที่ยวจนเมากลับบ้านจนสว่าง
 
นายศิริพงษ์ กล่าวว่า ตนยืนอยู่ข้างบ้าน กำลังตักบาตรพระและมีรถยนต์ของนายบุญชู พุ่งมาชน แต่โชคดีที่รถไม่ชนตน เพียงแต่เฉี่ยวไปเท่านั้น และยังดีที่พระไม่ทันตั้งแถวสวดหลังตนใส่บาตร ไม่เช่นนั้นคงจะมีการสูญเสียมากกว่านี้ ส่วนที่บ้านตนนั้น เป็นจุดสุดท้าย ที่พระบิณฑบาตเสร็จ ก็จะกลับเข้าไปที่วัดไทยวัฒนาราม
 

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนุ่มซิ่งเก๋งชนสาวขี่จยย.ดับสยอง

หนุ่มซิ่งเก๋งชนสาวขี่จยย.ดับสยอง

หนุ่มซิ่งเก๋งชนสาวขี่จยย.ร่างกระเด็นไกล 100 เมตรดับสยอง อีกรายหนุ่มเมาซิ่งกระบะเสยขบวนพระ-เณรพม่าขณะบิณฑบาต บาดเจ็บ 7 ราย 

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2557 ร.ต.ท.สิระภูเดชน์ ชำนาญกิจ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านขายอุปกรณ์ออกกำลังกาย บนถนนสุขุมวิท พัทยาเหนือ ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา เดินทางไปตรวจสอบ
 
ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.มุทิตา ดาวะที อายุ 34 ปี ชาว จ.ชัยนาท สภาพนอนจมกองเลือดอวัยวะแขนและขาหักผิดรูป ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า ไอคอน สีฟ้า-ขาว ทะเบียน งนว 576 ชลบุรี สภาพพังยับเยิน ห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 100 เมตร พบรถเก๋งคู่กรณี ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน สห 3157 กทม. สภาพกันชนหน้าพังยับเยิน และกระจกฝั่งซ้ายของตัวรถแตกทั้งบาน
 
จากการสอบปากคำนายจตุรงค์ พุทธยากูล อายุ 30 ปี คนขับรถเก๋ง ให้การว่า ขณะกำลังขับรถเข้าที่พักย่านนาจอมเทียน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ผู้ตายเลี้ยวออกจากซอยวัดหนองใหญ่ เพื่อข้ามไปถนนเลนส์ขวาสุด แต่ปรากฎว่ามีรถกระบะขับมาด้วยความเร็ว จึงทำให้รถจักรยานยนต์หักหลบเข้ามาในเลนส์ของตน ทำให้รถพุ่งชนรถจักรยานยนต์อย่างจังจนรถกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร ทำให้คนขี่รถเสียชีวิต

ภายหลังสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูปจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับลงบันทึกไว้ ก่อนควบคุมตัวนายจตุรงค์ คนขับรถเก๋งไปดำเนินคดีตามของกฏหมาย ส่วนศพ น.ส.มุทิตา ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯดำเนินการนำไปเก็บรักษา เพื่อรอญาติติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชนสนั่น!5คันรวดหน้าศาลอาญาเจ็บ 2

ชนสนั่น!5คันรวดหน้าศาลอาญาเจ็บ 2



ชนสนั่น 5 คันรวดหน้าศาลอาญา ระหว่างต่อคิวผ่านด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ เจ็บ 2 ราย ตร.รอเรียกสอบหลังอาการดีขึ้น

วันที่ 20 ก.ค.57 เมื่อเวลา 05.00 น.  ร.ต.ท.วิทธวัช สาคะรินทร์ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคัน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณหน้าศาลอาญารัชดาภิเษก ถนนรัชดาภิเษกขาออก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรายงานผู้บังบัญชาก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พร้อมประสานรถยก

ที่เกิดเหตุอยู่ในช่องทางขวาสุดของถนนรัชดาภิเษก ขาออก ด้านหน้าหน้าศาลอุทธรณ์ พบรถจำนวน 5 คัน ชนท้ายต่อกัน โดยคันแรกเป็นรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทศ 7069 กรุงเทพมหานคร คันที่ 2 เป็นรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า ลีโม สีส้ม ทะเบียน ทย 4670 กรุงเทพมหานคร รถคันที่ 3 รถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า ลีโม ทะเบียน ทว 2637 กรุงเทพมหานคร คันที่ 4 เป็นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน 1 กต 9596 กรุงเทพมหานคร และคันที่ 5 เป็นรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด โฟกัส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 2 กอ 5386 กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ น.ส.ปณิศลา เกิดลาบ อายุ 34 ปี คนขับรถฮอนด้า ซีวิค ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าที่เกิดจากการกระแทกกับถุงลมนิระภัย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเปาโลโชคชัย 4 และนายพรชัย เอื้องครองธรรม อายุ 56 ปี คนขับรถฟอร์ด โฟกัส ได้รับบาดเจ็บบริเวณทรวงอกที่เกิดจากถุงลมนิระภัยทำงานเช่นกัน ก่อนเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเมโย เพื่อทำการรักษา จากนั้นได้เชิญคนขับรถรายอื่นมาสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน

จาการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุบริเวณจุดเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง บก.น.เหนือ ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอร์ ประกอบกับมีฝนตกโปรยปรายขณะที่รถกำลังต่อคิวรอเข้าด่านตรวจนั้น จู่ๆ ได้มีรถเก๋งยี่ห้อ ฟอร์ด โฟกัส ที่มีนายพรชัย ขับมามาชนท้ายรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ของ น.ส.ปณิศลา ที่รอเข้าด่านตรวจอย่างจังจนทำให้รถทุกคันด้านหน้าเคลื่อนไปชนต่อๆ กัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังต้องรอให้นายพรชัย อาการดีขึ้น ก่อนจะสอบปากคำ รวมทั้งจะต้องทำการตรวจวัดแอลกอฮอร์ด้วย หลังจากนี้ต้องทำการสอบปากคำพยานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รถเทรลเลอร์ 18ล้อเบรคแตก ชนรถที่สวนทางมาหลายคัน

รถเทรลเลอร์ 18ล้อเบรคแตก ชนรถที่สวนทางมาหลายคัน ทำเสียชีวิต 4 ราย เจ็บ 14 ราย เหตุเกิดที่ ทล.304 กม.45 อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี




เวลา 18.00 น.วันที่ 2 ส.ค.57 พ.ต.ท.อนุการณ์ ธรรมวิจารณ์ สารวัตรใหญ่ สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงเทรลเลอร์ 18 ล้อ เบรกแตก ลงมาจากถนนสาย 304 (นาดี –กบินทร์บุรี)

โดยมีผู้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารรถตู้ บาดเจ็บรวม 15 คน แยกส่งตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ดังนี้ กบินทร์บุรี 8 คน รพ.นาดี 7 คน สาเหตุเบื้องต้นขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งจะได้ติดตามสอบสวนต่อไป

ด้าน ร.ต.ท.ติพล วาดโคกสูง ร้อยเวรสอบสวน สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า จากการสอบถามนายนายวรายุท เพ็ญนวลประเสริฐ คนขับรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮท 1389 กรุงเทพมาจาก จ.ระยอง เปิดเผยว่า ที่เห็นเหตุการณ์เนื่องจากเป็นรถคันหน้าและสามารถบันทึกภาพจากกล้องติดรถไว้ ได้บอกว่า

ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุหมู่ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า มาจากคนขับรถพ่วงบรรทุก 18 ล้อ ไม่ชินทางซึ่งเป็นเส้นทางโค้งและลงเขา และประกอบกับคนขับขับมาด้วยความเร็วสูง อาจเกิดจากระบบเบรกมีปัญหาจึงไม่สามารถควบคุมและชะลอรถได้

รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย อยู่ที่รพ.กบินทร์บุรี 1.นายเทพรัตน์ บุญครอง อายุ 28 ปี 2.นายสุภากรณ์ ผลทับทิพ อายุ 54 ปี 3. น.ส.อัจฉรา หอมขจร อายุ 37 ปี 4.นายวิทยา นกศิริ อายุ 26 ปี 5.น.ส.ชุติมา คะลีล้วน

ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ทราบชื่อ คือ1.นายชัยภัทร ลัทธิกุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ถ.ประชาสันติสุข ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ 2.นายประยูร ศรีคำทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่.11 ต.นิคมพัฒนา

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไฟลุกท่วมเก๋งคลอก 1 ชีวิต หลังพุ่งชนท้ายรถตู้

ไฟลุกท่วมเก๋งคลอก 1 ชีวิต หลังพุ่งชนท้ายรถตู้


เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ติดแก๊สพุ่งชนท้ายรถตู้รับส่งพนักงานบริษัทเอกชน ทำให้เกิดไฟลุกท่วมทั้งคันคลอกคนขับเสียชีวิตคาที่

เหตุเกิด 02.30 น.วันนี้ บริเวณถนนเรียบรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ใน ที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์ มิตซูบิชิ แลนด์เซอร์  สีขาว ทะเบียน วศ-4197 กทม. ที่ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายรถยนต์ตู้รับส่งพนักงานของบริษัทเอกชนแห่ง หนึ่ง โดยไฟได้ลุกโหมรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งติดตั้งแก๊ส LPG  เจ้าหน้าที่ช่วยกันฉีดน้ำสกัดนานกว่า 20 นาที เพลิงจึงสงบลง พบบริเวณเบาะหน้าข้างคนขับ มีผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่ทราบชื่อถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก ส่วนรถตู้ ทะเบียน ฮช-7948 กทม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ชื่อ นายปัญจพล ทิมบ้านไร่ อายุ 40 ปี
นายณัฐ พงษ์ กลิ่นจันทร์ อายุ 25 ปี คนขับรถตู้คู่กรณี ให้การว่าก่อนเกิดเหตุขับรถออกจากบริษัท มุ่งหน้าไปรับคนงาน 5 คน โดยใช้เส้นทางถนนเรียบรันเวย์ ขับอยู่เลนกลาง มาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวเข้ามาชนเข้าที่ท้ายรถของตน อย่างแรงเสียดังสนั่น ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ห้องเครื่อง และ ลุกลามท่วมทั้งคันในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
สำหรับ ผู้เสียชีวิต ตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเป็นชายหรือหญิง อีกทั้งไม่พบเอกสารใดๆที่ระบุตัวตน มีเพียงหนังสือสัญญาและเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์ตกอยู่ในซากรถ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะตรวจสอบเพื่อติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป โดยมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปทุมธานี-กระบะเฉี่ยวท้ายกระบะไปชนแท่งปูน ตาย 2

ปทุมธานี-กระบะเฉี่ยวท้ายกระบะไปชนแท่งปูน ตาย 2

เกิด เหตุรถกระบะเฉี่ยวชนท้ายรถกระบะอีกคัน แล้วเสียหลักไปชนกับแท่งปูนบนเกาะกลางถนน บริเวณจุดกลับรถคลองเก้า อำเภอธัญบุรี คนขับถูกอัดก็อปปี้เสียชีวิต พร้อมผู้โดยสารอีกคน สาหัส 1 คน


เหตุเกิดเช้ามืดวันนี้ บริเวณจุดกลับรถคลอง 9 (มุ่งหน้านครนายก) ม.4 ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ที่ เกิดเหตุพบรถกระบะ เชฟโรเลต หมายเลขทะเบียน 1ฒข 3436 กทม.สภาพด้านหน้ารถชนอยู่กับแท่งปูนพังยับเยิน มีน้ำมันไหลออกมาเต็มถนน ส่วนภายในรถที่นั่งคนขับพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายสุริยา กาชู อายุ 26 ปี ถูกอัดก็อปปี้คาพวงมาลัยและบนถนนข้างๆรถ พบผู้เสียชีวิตอีก 1 คน ชื่อ นายอิสรา อยู่สุขสวัสดิ์ อายุ 24 ปี และ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน กู้ชีพธัญบุรีนำส่ง รพ.ธัญบุรี
ส่วนคู่กรณี  เป็นรถกระบะ เชฟโรเลต สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒบ 6706 กทม. ที่ไฟท้ายด้านขวาถูกเฉี่ยวชนจนแตก
โดย นายทวี โพธิ์ไต้ อายุ 35 ปี เจ้าของรถคันนี้ บอกว่าตนเองกำลังจะไปขายของที่จังหวัดนครนายก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุขับรถอยู่เลนกลาง เห็นรถกระบะคันดังกล่าวขับตามหลังมาด้วยความเร็ว และชนด้านท้ายรถของตน ทำให้รถคันที่ชนเสียหลักไปชนเข้ากับแท่งปูนยูเทิร์นกลับรถกลางถนนอย่างแรง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บุรีรัมย์-รถตำรวจประสานงา 18 ล้อ ดับ 1 สาหัส 1

บุรีรัมย์-รถตำรวจประสานงา 18 ล้อ ดับ 1 สาหัส 1


ตำรวจ สภ.โนนดินแดง ขับรถตราโล่ห์ออกไปรับผู้ต้องหาเกิดชนประสานงากับรถพ่วง 18 ล้อ ส่งผลให้พลขับเสียชีวิตคาที่ ส่วนร้อยเวรหามส่งโรงพยาบาลอาการสาหัส คาดเกิดจากฝนตกทำให้ถนนลื่น
เหตุดัง กล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้ หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม อำเภอบ้านกรวด เข้าช่วยเหลืออุบัติเหตุรถชนกันบนถนนสายบ้านกรวด-ละหานทราย พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-5874 บุรีรัมย์ ซึ่งบรรทุกเหล็กมาเต็มคัน ชนกับ รถกระบะอีซูซุ (ตราโล่ห์ ) ทะเบียน ฒผ-5241 กทม. ในสภาพพังยับเยิน

ภาย ในรถพบผู้เสียชีวิต 1 นาย คือ ดต.เปล่งศักดิ์ ทำสารกอง พลขับ และ ร.ต.ท.ชาตรี เมืองศิริ รอง สวส. สภ.โนนดินแดง ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกส่งต่อโรงพยาบาลอาการสาหัส

จาก สอบถามทราบว่า ตำรวจทั้ง 2 นาย กำลังออกไปปฏิบัติหน้าที่ไปรับตัวผู้ต้องหาในพื้นที่ แต่มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากถนนลื่น เพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงเกิดเหตุ

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รถชนสาวฝรั่งกระเด็นดับ จนท.ร้องเพลง ‘เดือนเพ็ญ‘ อาลัย

รถชนสาวฝรั่งกระเด็นดับ จนท.ร้องเพลง ‘เดือนเพ็ญ‘ อาลัย

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(18 ก.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติถูกรถชนเสียชีวิตอยู่บริเวณถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวง เชียงใหม่
ที่เกิดเหตุบริเวณกลางถนน พบศพหญิงสาวชาวต่างชาติ นอนเสียชีวิตอยู่ สภาพกะโหลกศีรษะแตก กระดูกหักหลายแห่ง ใกล้กันพบรถยนต์โตโยโต้ยาริส สีขาว สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย กระจกหน้ารถแตกยุบ นายรัตนพล บุญแรม เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายรัตนพล ให้การว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาตามถนนซูเปอร์ไฮเวย์ด้วยความเร็ว เพื่อมุ่งหน้าไปสี่แยกศาลเด็ก แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง เห็นเหมือนมีคน 2 คน กำลังปีนแบริเออร์กั้นทางตรงเกาะกลางถนน แต่ปรากฏว่าตนเหยียบเบรกไม่ทัน จึงชนหญิงสาวกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งถนนและเสียชีวิตดังกล่าว
จากการสอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ นั่งร่ำไห้อยู่ข้างถนน รับไม่ได้กับเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเพื่อน ก่อนจะทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นิโคล แสงสุรีย์ อายุ 34 ปี สัญชาติอเมริกัน ก่อนที่เพื่อนของผู้เสียชีวิตจะร้องขอให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชนที่ อยู่รอบๆ ช่วยกันร้องเพลง "เดือนเพ็ญ" เพลงชื่อดังของวงคาราบาว ซึ่งเป็นเพลงโปรดของผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นการส่งวิญญาณสู่สวรรค์อย่างสงบสุข เจ้าหน้าที่และประชาชนจึงเต็มใจร่วมร้องเพลงไว้อาลัยผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ นายรัตนพล ฐานขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนจะนำศพส่งสถาบันนิติเวช เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตติดต่อขอรับศพต่อไป

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สนั่นที่กระบี่กระบะชนกระบะโดนบัสซ้ำตาย 3 เจ็บ 10 (ชมคลิป)

สนั่นที่กระบี่กระบะชนกระบะโดนบัสซ้ำตาย 3 เจ็บ 10 (ชมคลิป)





กระบี่ - กระบะซิ่งสยองชนท้ายกระบะ รถเสียหลักขวางถนน โดนรถบัสโดยสารหาดใหญ่-ภูเก็ต ชนสวนตาย 3 เจ็บ 10 โดยหนึ่งใน 3 ที่เสียชีวิตเป็นหญิงท้อง 3 เดือน

เมื่อเวลา 20.30 น. คืนที่ผ่านมา (16 ก.ค.) ร.ต.ท.ณัฐพัฒน์ พุทธังกุโร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งเหตุรถชนกันที่ถนนเพชรเกษม ม.2 ต.ไสไทย อ.เมือง กระบี่ บริเวณหน้าห้างแม็คโคร สาขากระบี่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายวรวุฒิ มาอินทร์ ขนส่งจังหวัดกระบี่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากแขวงการทางจังหวัดกระบี่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข และหน่วยกู้ภัย อบต.เขาคราม

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กจ 8388 กระบี่ จอดขวางถนนสภาพพังยับทั้งคัน ห่างกันประมาณ 50 เมตร พบรถกระบะนิสสัน 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 9905 กระบี่ จอดคร่อมระหว่าง 2 เลนถนน สภาพด้านหน้าพังยับ นอกจากนี้ ยังพบรถบัสโดยสารประจำทางสีส้มแถบขาว หมายเลขทะเบียน 10-1654 ตรัง สายหาดใหญ่-ภูเก็ต จอดเสียหลักอยู่ริมถนน สภาพด้านหน้าชนกับร้านขายอาหารตามสั่งพังเสียหาย

เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย แต่เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลกระบี่ ทราบชื่อต่อมาคือ นายพิชัยยุทธ ชัยเดช อายุ 24 ปี คนขับรถมาสด้าสีขาว นายพีรภัทร์ หนูช่วย อายุ 28 ปี และนางลัดดาวัลย์ นุ่นอ่อน อายุ 32 ปี ซึ่งตั้งท้องประมาณ 3 เดือน นั่งมาในรถ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 10 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลกระบี่

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นคนงานโรงงานไม้ยางพาราแห่งหนึ่งในตำบลเขาคราม อ.เมืองกระบี่ ได้ขับรถกระบะมาสด้า มาถึงที่เกิดเหตุ และได้ชะลอรถเพื่อเลี้ยวยูเทิร์นกลับไปอีกฝั่งของถนน คาดว่าน่าจะแวะเข้าไปซื้อของในห้างแม็คโคร ขณะที่กำลังกลับรถเพื่อเลี้ยวเข้าไปที่หน้าห้าง ได้มีรถกระบะนิสสัน ขับตามหลังมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจัง ทำให้รถมาสด้าเสียหลักไปจอดขวางถนน

ขณะเดียวกัน ได้มีรถบัสโดยสารสายหาดใหญ่-ภูเก็ต ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคันรถ มุ่งหน้ามาจากตัวเมืองกระบี่ เพื่อไปภูเก็ต วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้เรียกคนขับรถนิสสัน และรถบัสโดยสาร มาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อุบัติเหตุรถชนวินาศสันตะโร เสียหายนับ 10 คัน บาดเจ็บ 3 ราย

อุบัติเหตุรถชนวินาศสันตะโร เสียหายนับ 10 คัน บาดเจ็บ 3 ราย


ระยอง - อุบัติเหตุรถยนต์ชนวินาศสันตะโร โดยก่อนหน้าชนกัน 2 คัน ระหว่างตรวจสอบ เกิดเหตุรถบรรทุกพุ่งชนท้ายรถที่จอดรอสัญญาณไฟเสียงดังสนั่น เสียหายอีก 10 คัน บาดเจ็บ 3 ราย
      
วันนี้ (3 ก.ค.) ร.ต.อ.พันธ์ฐิติ ศิริมูล ร้อยเวร สภ.แกลง จ.ระยอง รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถกระบะ บริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนบ้านบึง-แกลง หมู่ 1 บ้านหนองกันเกรา ขาเข้า อ.แกลง จึงไปดูที่เกิดเหตุ พบรถยนต์โตโยต้า สีขาว ทะเบียน กค 1077 ระยอง ชนท้ายรถกระบะยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผก 3220 ระยอง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
      
ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี ร.ต.ต.ประชา ผ่องศรีใส หน.ตู้ยามบ้านหนองกันเกรา นำรถตำรวจมาคอยอำนวยความสะดวก เนื่องจากถนนสายนี้มีรถวิ่งด้วยความเร็วสูง เกรงจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงให้ชะลอความเร็ว เนื่องจากข้างหน้ามีอุบัติเหตุ ทำให้รถต้องจอดรอริมถนนยาวเหยียด

ขณะนั้นได้มีรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 82-7589 นครสวรรค์ บรรทุกลังใส่ผลไม้มาเต็มคันรถ ทราบชื่อคนขับภายหลังคือ นายหย่วน ทาเสน อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166/6 หมู่ 5 ต.สระแก้ว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนท้ายรถที่จอดอยู่ริมถนนเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น จนชนต่อๆ กันรวม 10 คัน และกระเด็นไปคนละทิศละทาง เนื้อไก่สดในรถคันหนึ่งกระเด็นตกเกลื่อนถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน หน่วยกู้ภัยต้องรีบนำคนเจ็บส่ง รพ.แกลง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายหย่วน ทาเสน คนขับรถบรรทุกผลไม้ดำเนินคดีต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เกิดอุบัติเหตุรถมินิบัสพุ่งชนร้านค้าและวิน จยย.เจ็บ 3

เกิดอุบัติเหตุรถมินิบัสพุ่งชนร้านค้าและวิน จยย.เจ็บ 3


กรุงเทพฯ 27 ก.ค. - เกิดอุบัติเหตุรถมินิบัสพุ่งชนร้านค้าและวินจักรยานยนต์ บริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 14 ย่านดินแดง มีผู้บาดเจ็บ 3 คน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (27 ก.ค.) เกิดอุบัติเหตุรถมินิบัสสีส้ม สาย 12 ทะเบียน 14-6484 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างห้วยขวาง-ปากคลองตลาด ขับพุ่งชนร้านค้าและคิววินจักรยานยนต์ บริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 14 โค้งโรงเรียนพร้อมพรรณวิทยา ทำให้ร้านค้า รถจักรยานยนต์ 3 คัน รถเข็นผลไม้ 1 คัน ที่จอดอยู่หน้าร้านเสียหาย มีคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้างบาดเจ็บ 3 คน 1 ในจำนวนนี้ อาการสาหัส ขาขาด นำส่งโรงพยาบาลราชวิถี

สอบปากคำนางยุทธยา งามขำ กระเป๋ารถมินิบัส ทราบว่า คนขับเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงเดือนเดียว โดยก่อนเกิดเหตุขับรถออกจากอู่ย่านห้วยขวาง มุ่งหน้าปากคลองตลาด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ขณะที่กำลังเก็บเงินผู้โดยสารอยู่ รถพุ่งชนร้านค้าและวินจักรยานยนต์ ส่วนคนขับอยู่ในอาการสลบคาพวงมาลัย โดยภรรยาคนขับที่นั่งมาด้วยพยายามตบหน้าเรียกให้ฟื้น โดยไม่ทราบว่า คนขับมีอาการป่วยหรือเป็นโรควูบมาก่อนหรือไม่ ส่วนคนขับรถมินิบัส ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำที่ สน.ดินแดง. - สำนักข่าวไทย

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เพชรบุรี-สลด! ช้างเร่ร่อน 2 เชือกถูกรถชนบาดเจ็บ

เพชรบุรี-สลด! ช้างเร่ร่อน 2 เชือกถูกรถชนบาดเจ็บ









ช้างเร่ร่อน 2 เชือก ถูกรถกระบะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงเฉี่ยวชนขณะเดินตามกันมาเพื่อขายอาหารให้ชาวบ้านที่มานั่งรับประทานอาหารบนถนนเลียบทางรถไฟ จังหวัดเพชรบุรี บาดเจ็บทั้ง 2 เชือก

เจ้าของช้างบอกว่า ช้างทั้ง 2 เชือก นำมาจากจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมาเร่ขายอาหารให้กับผู้ที่มานั่งรับประทานอาหารในร้านค้าบริเวณที่ถนนเลียบทางรถไฟ อำเภอเมืองเพชรบุรี โดยขณะที่ช้างเพิ่มพูล (ปุ้มปุ๋ย) อายุ 9 ปี เดินนำหน้า ช้างพูลทรัพย์(ป๋อมแป๋ม) เดินตามหลัง ได้มีรถยนต์กระบะฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กฉ 4867 วิ่งมาด้วยความเร็ว เฉี่ยวช้างป๋อมแป๋มก่อนแล้วเสียหลักไปชนรถจักรยานยนต์ ต่อจากนั้นจึงชนช้างปุ้มปุ้ยล้มลง พร้อมคนเลี้ยงช้างก็ถูกชนด้วย นอกจากนี้พนักงานรับรถของร้านอาหารได้รับบาดเจ็บอีก 1 คนด้วย

ส่วนช้าง 2 เชือก หลังถูกรถชนมีอาการส่งเสียงร้องเสียงดัง และมีน้ำตาไหลตลอดเวลา เจ้าของช้างบอกว่าจะนำช้างไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ จังหวัดราชบุรี ขณะนี้ติดต่อสัตว์แพทย์ให้มาดูอาการเบื้องต้นแล้ว

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หนุ่มซิ่งเก๋งฝ่าฝนชนรถพ่วงกำแพงเพชรดับ6ราย

หนุ่มซิ่งเก๋งฝ่าฝนชนรถพ่วงกำแพงเพชรดับ6ราย






นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

หนุ่มกำแพงเพชร ซิ่งเก๋งกลับจากเที่ยวน้ำตกคลองลาน ฝ่าสายฝนถนนลื่น รถเสียหลักพุ่งชนรถพ่วง มีผู้เสียชีวิตทั้งคัน รวม 6 ราย

ร.ต.ท.สุกิจ วารีอ้าย พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองลาน จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถชนกันบนถนนสายคลองลาน-กำแพงเพชร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 31-32 ม. 7 ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กจ 1719 สุโขทัย สภาพพังยับทั้งคัน ชนอัดติดอยู่กับรถยรรทุกพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียน 98-7300 กรุงเทพฯ มี นายพิพัฒน์ พลึก อายุ 34 ปี เป็นคนขับ ส่วนภายในรถเก๋งมีผู้เสียชีวิตรวม 6 ศพ มี นายประคอง เอี่ยมนิล อายุ 32 ปี เป็นคนขับ นอกจากนั้นเป็นเพื่อนๆ บ้านอยู่ ม.6 ทุกคน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดพากันไปเที่ยวน้ำตกคลองลาน ขากลับมีฝนตกหนัก ขณะที่กำลังขับรถลงเนินรถเกิดเสียหลักเพราะถนนลื่น สะบัดเข้าไปชนกับรถบรรทุกพ่วงเต็มแรง จนรถเก๋งฉีกขาดทั้งคัน และผู้ที่อยู่ในรถเสียชีวิตทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แก๊งโฉดขับรถไล่ชนจยย.ฉุดสาวข่มขืน 3 รายซ้อน

แก๊งโฉดขับรถไล่ชนจยย.ฉุดสาวข่มขืน 3 รายซ้อน


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

(28 ก.ค.) เมื่อเวลา 03.00 น. ร.ต.ท.อภิชาติ พุ่มทอง รอง สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะไล่ชนผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิง สาวก่อนที่คนร้ายได้ได้พยายามฉุดขึ้นรถเพื่อพาไปปกระทำชำเรา โดยในจุดแรกได้รับแจ้งว่าคนร้ายจำนวน 3 คนขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมค สีฟ้า ทะเบียน บบ-2800 เพชรบุรี ไล่ชนผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาว เหตุเกิดที่บริเวณหน้าโรงแรมวิจิตรา
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตาม และได้รับแจ้งอีกว่า หน้าร้านอาหารไทยฟอร์ยู ทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ได้มีคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มเดิม ได้ขับรถชนหญิงสาวที่มาด้วยกัน 2 คน และลงมาทำร้ายร่างกายพยายามที่จะฉุดขึ้นรถยนต์ ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนี
เวลาห่างกันไม่นานนัก นายเมธี อายุ 21 ปี เข้าแจ้งความว่าว่าขณะที่ตนเองขับรถจักรยานยนต์มาพร้อมกับแฟนสาวคือ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี เมื่อมาถึงบริเวณหน้าร้านอาหารครัวเมืองน่าน ถนนไชยานุภาพ ได้มีคนร้ายขับรถยนต์กระบะมาเฉี่ยวชนจนรถตนเองเสียหลักล้มลม ก่อนที่คนร้าย 3 คน จะกรูลงเข้ามาทำร้ายตนเอง แล้วฉุดแฟนสาวของตนเองขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับคนร้าย พบรถยนต์ของคนร้ายพุ่งตกลงข้างทาง ผู้เสียหายได้อาศัยจังหวะดังกล่าววิ่งหลบหนีออกมาจากรถคันดังกล่าวและมาขอ ความช่วยเหลือจากชาวบ้าน
ตรวจสอบภายในรถยนต์พบท่อนไม้จำนวน 2 ท่อน เชือกไนล่อนอีก 1 เส้น นอกจากนี้ยังพบกางเกงชั้นในของผู้เสียหายตกอยู่ภายในรถอีกด้วย ส่วนคนร้ายทั้งสามคนได้ตกใจวิ่งหลบหนีคนละทิศละทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ กระจายกำลังปิดล้อมในที่เกิดเหตุจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสามราย
ทราบชื่อต่อมาคือ นายณัฐพล แก้วแดง อายุ 20 ปี , นายเอก (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และ นายอ๊อด (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่ห้องพักของนายณัฐพล พบอาวุธปืนพกสิ้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาด 20 จำนวน 6 นัด ก่อนจะควบคุมตัวทั้งสามคนมาสอบสวนที่สภ.เมือง
ในเบื้องต้นทั้งผู้ต้องหาทั้งสามคนให้การรับสารภาพว่าได้ก่อนเหตุดัง กล่าวจริง ก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มสุรากัน ก่อนที่นายณัฐพล จะขับรถยนต์ออกมาส่งรุ่นน้องที่บ้านพัก จนกระทั่งมาถึงหน้าโรงแรมวิจิตรา พบผู้เสียหายเป็นชายหญิง ขับรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน ด้วนความเมาและคึกคะนองจึงได้ขับรถชนท้ายก่อนที่จะลงไปทำร้ายร่างกายฝ่ายชาย และพยายามฉุดผู้หญิงขึ้นรถแต่มีคนผ่านมาจึงได้รีบขึ้นรถยนต์หลบหนี จนกระทั่งมาพบเหยื่อรายที่ 2 เป็นผู้หญิง 2 คน ที่บริเวณหน้าร้านอาหารไทยฟอร์ยู จึงได้ก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง ด้วยการทำร้ายและพยายามลวนลาม แต่ก็ไม่สำเร็จจนกระทั่งมาถึงรายสุดท้ายได้ขับรถชนท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้ เสียหายและลงไปทำร้ายร่างกายฝ่ายชายและฉุดหญิงสาวขึ้นรถ และพยายามที่จะข่มขืน จนกระทั่งรถยนต์เกิดเสียหลักตกลงข้างทางผู้เสียหายได้วิ่งหลบหนี จนกระทั่งตนเองมาจับกุมในที่สุด
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหาหน่วงเหนียวกักขัง และทำร้ายร่างกาย ส่วนคดีกระทำชำเรานั้น ต้องรอแพทย์ลงความเห็นอีกครั้ง โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายมาทำการชี้ตัวเพื่อดำเนิน คดีต่อไป นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดยังรวมเป็นแก๊ง รถยนต์ชื่อ แก๊งดูแล็ค

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Honda Jazz แหกด่าน! ขับตะลุยชนรถหลายคัน-เสยทับ Vios ตร.ตามรวบได้-หนุ่มหนีคดียาเสพติด


Honda Jazz แหกด่าน! ขับตะลุยชนรถหลายคัน-เสยทับ Vios ตร.ตามรวบได้-หนุ่มหนีคดียาเสพติด



 เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ก.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.จักราวุธ ดอนประจำ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุมีรถชนกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณปากซอยพัฒนาการ 23 ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมพ.ต.ท.พลวรรธน์ พุ่มสวัสดิ์ สว.สส..สน.คลองตัน 

 ที่เกิดเหตุบนถนนพัฒนาการขาออก มุ่งหน้าถนนศรีนครรินทร์ บริเวณช่องทางตรงกลางและขวาสุด พบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษร4156 กทม. และรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีน้ำตาล ทะเบียน วณ5545 เฉี่ยวชนกัน โดยรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ ได้เกยขึ้นไปอยู่ด้านขวาของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ได้รับความเสียหาย

 ใกล้กันบริเวณเกาะกลาง พบนายสมภพ พันธุ์เมือง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 611 ถ.สวัสดิการ 52 ม.วังทอง แขวงหนองแขม เขตหนองแขม ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ฮอนด้า คันเกิดเหตุ และนายอดิศร นงตระโม่ อายุ 31 ปี อยู่บ้าน 10 หมู่ 4 ต.สามพวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวไว้ได้

 นอกจากนี้ ยังพบ น.ส.ปณิชา ประเสริฐสติ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/213 หมู่บ้านภัสสร 19 แขวงออเงิน เขตสายไหม ได้รับบาดเจ็บถูกกระจกบาดที่ข้อมือขวา เจ้าหน้าที่นำส่งร.พ.วิภาราม อาการเบื้องต้นปลอดภัย

 จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.ธวัชชัย นรสิงห์ สว.ป.สน. พระโขนง พร้อมเจ้าหน้าที่ สน.พระโขนง ได้ตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย  บริเวณ ถ.อ่อนนุช ระหว่าง ซ.อ่อนนุช 15 และ ซ.อ่อนนุช 17 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง และขณะนั้นได้มีรถยนต์ ฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษร 4156 ขับมายังด่านและท่าทางมีพิรุธ

 เจ้าหน้าที่จึงโบกให้รถคันดังกล่าวหยุด เพื่อขอตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว กลับเร่งเครื่องแหกด่านหลบหนีเข้าไปภายใน ซ.อ่อนนุช 17 โดยซอยดังกล่าวสามารถทะลุซอยพัฒนาการ 30 จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม พร้อมวิทยุประสานไปยัง สน.คลองตัน เพื่อให้ช่วยสกัดจับรถคันดังกล่าว ซึ่งเมื่อรถคันดังกล่าวขับมาถึงถนนพัฒนาการ ขาเข้า ก็ได้กลับรถที่บริเวณแยกคลองตัน เพื่อมุ่งหน้าถนนพัฒนาการขาออก

 ซึ่งระหว่างหลบหนี รถคันดังกล่าวได้เฉี่ยวชนรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-1183 จ.สุโขทัย เสียหายบริเวณกันชนหน้าขวาหลุด และรถแท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ2683 กทม. ถูกชนที่ด้านซ้ายเสียหายยับเยิน

 จนกระทั่งรถคันดังกล่าวได้มาติดไฟแดงบริเวณ ซ.พัฒนาการ 23 รถคันดังกล่าวได้พยายามปีนขึ้นบนทางเท้า จนไปชนรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส ที่จอดติดไฟแดงอยู่ช่องกลาง จนรถคันดังกล่าวได้เกยขึ้นไปอยู่บนรถวีออส ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะช่วยกันเข้าไปจับกุมตัวได้   
                                                                                                                                               
 จากการตรวจสอบประวัตินายสมภพ พบว่าเคยถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ในท้องที่สน.อุดมสุข และได้ประกันตัวออกมา ซึ่งอยู่ในระหว่างหลบหนีเนื่องจากไม่ไปรายงานตัวในชั้นศาล ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ นายสมภพให้การว่า ได้เสพยาบ้ามา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด พบว่ามีปัสสาวะสีม่วง

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และขับรถโดยประมาทอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ก่อนนำตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สลด! หนุ่มซิงกระบะมิตซูบิชิ ไทรทันพาเมียท้อง 8 เดือนบึ่งกลับบ้านรถชนต้นไม้ดับยกครัว

สลด! หนุ่มซิงกระบะมิตซูบิชิ ไทรทันพาเมียท้อง 8 เดือนบึ่งกลับบ้านรถชนต้นไม้ดับยกครัว


 พิษณุโลก - พ่อค้าขนมหวานขับรถกระบะพาเมียท้อง 8 เดือนจากตลาดมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางสายพิษณุโลก-บึงพระ ดับยกครัว
      
       เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันนี้ (21 ก.ค.) ร.ต.อ.ธเนศ วงศ์ปลิง ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างถนนสายพิษณุโลก-บึงพระ เขตหมู่ที่ 2 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายใน 2 ราย โดยมีหญิงท้องอยู่ด้วยจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมรถกู้ชีพเบลทูล รพ.พุทธชินราช และเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน
      
       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณข้างทางสายดังกล่าว ขาเข้าเมืองพิษณุโลกพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 3052 พิษณุโลก กระจกแตกละเอียด ประตูเบาะนั่งข้างคนขับอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ข้างทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นคนขับทางเจ้าหน้าที่รถกู้ชีพนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
      
       ภายในตัวรถบริเวณเบาะนั่งข้างคนขับพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงตั้งครรภ์ ถูกอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ ศีรษะมีเลือดไหลเป็นจำนวนมากอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องใช้รถยกดึงรถยนต์กระบะออกจากต้นไม้ ก่อนที่จะเร่งใช้เครื่องมือตัดถ่างประตูออกเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงสามารถนำร่างออกมาได้ก่อนเร่งส่งต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราชทันที เพื่อช่วยเหลือเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ เนื่องจากผู้เป็นแม่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว
      
       สอบสวนเบื้องต้น ทราบชื่อหญิงตั้งครรภ์คือ น.ส.ทัศนีวงศ์ แพงภักดิ์ อายุ 28 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 63/9 หมู่ที่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
      
       ส่วนแฟนหนุ่มคนขับทราบชื่อคือนายสุรศักดิ์ วงศ์สุวรรณ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 638 หมู่ที่ 2 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งแพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายนายสุรศักดิ์ และ น.ส.ทัศนีวงศ์ พร้อมลูกในครรภ์ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้อุบัติเหตุเศร้าครั้งนี้ได้คร่าชีวิตครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดรวม 3 ราย
      
       จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายสุรศักดิ์ ขับรถยนต์มาตามถนนสายพิษณุโลก-บึงพระ เพื่อกลับบ้านพัก โดยมี น.ส.ทัศนีวงศ์ ภรรยา ที่ตั้งครรภ์อยู่นั่งมาด้วย เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถยนต์กระบะเกิดเสียหลัก ตัวรถหมุนข้ามเลนไปอัดก๊อบปี้กับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง ทำให้ทั้ง 2 และทารกในครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
      
       สอบถามญาติของผู้เสียชีวิตทราบว่า สองสามี-ภรรยาเดินทางไปขายขนมหวานที่ตลาดนัดบริเวณใกล้เคียงค่ายสฤษดิ์เสนา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยตนเองรู้สึกผิดสังเกตว่าวันนี้ลูกสาวกลับบ้านช้า โดยปกติไปไหนจะโทรศัพท์มาบอกตนเองตลอด เนื่องจากท้องแก่ 8 เดือนแล้ว ก่อนที่จะมีคนโทร.มาบอกว่าบุตรสาวประสบอุบัติเหตุจึงเดินทางมาดู